
งานนี้ต้องทำการบ้านอย่างหนักเพราะจริงๆเเล้วไม่เคยเเต่งหน้าเเบบอินเดียมาก่อนเลย พอคุณเบสท์บอกว่าจะให้เเต่งหน้าสำหรับเจ้าสาวอินเดีย จึงต้องค้นคว้าหาข้อมูลว่าเจ้าสาวอินเดียจะต้องเเต่งประมาณไหน เเละมีเทคนิควิจิตรพิศดารอะไรที่เราอาจจะทำไม่ได้หรือเปล่า งานนี้ Google ช่วยได้เยอะค่ะ หลังจากที่โหลดรูปเจ้าสาวอินเดียมาศึกษาวิธีการเเต่งหน้าหลายสิบภาพ ก็ได้เห็นว่าจริงๆเเล้วการเเต่งหน้าเจ้าสาวเเบบอินเดียก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะเป็นการเเต่งหน้าที่เหมือนกับการเเต่งหน้าทั่วไปเกือบทุกอย่าง เพียงเเต่คนอินเดียจะเน้นที่การกรีดอายไลน์เนอร์ที่เข้มเเละคมชัดทั้งขอบตาบนเเละขอบตาล่าง เน้นการเขียนขอบปาก..เเละสีปากค่อนข้างเข้มเป็นส่วนใหญ่ เเต่สิ่งที่ทำให้การเเต่งหน้าในเเบบอินเดียดูเข้มจริงๆเเล้วไม่ใช่เพราะ make up เเต่เป็นโครงหน้าเเละเครื่องหน้าที่เข้มของคนอินเดีย บวกกับเครื่องประดับเเละชุดที่มีดีเทลอลังการ ที่ทำให้ลุค make up ของเจ้าสาวออกมาดู heavy อย่างที่เรารู้สึกกัน
คุณเบสท์ในวันซ้อมเเต่งหน้าแบบอินเดีย
งานนี้ต้องมีการทดลองเเต่งหน้าเเบบอินเดียที่ Tiny Studio เนื่องจากทั้งเจ้าสาวเเละช่างใหม่สำหรับการเเต่งงานเบบอินเดียกันทั้งคู่ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณน้องเบสท์ที่ไว้ใจเเละเลือกใช้บริการกับเปาทั้งๆที่รู้ว่าไม่เคยเเต่งเเบบอินเดียมาก่อน ถึงกับยอมขัดใจกับคุณเเม่ว่าที่ ที่อยากให้คุณเบสท์เเต่งหน้ากับช่างคนอินเดีย เเต่คุณเบสท์ก็ยังยืนยันที่จะใช้บริการกับเปา..ขอบคุณจริงๆค่ะ...
ในวันทดลองเเต่ง คุณเบสท์อยากลองลุคที่ดูทันสมัยฉีกเเนวเจ้าสาวอินเดียจากในรูป โดยอยากลองลุคสโมคกี้อายสีฟ้า จะได้ไม่ดูเป็น typical indian brideมากนัก เเต่ก็มีความกังวลอยู่เรื่องสีปากของเจ้าสาวอินเดียที่จะต้องเข้ม ซึ่งจะต้องไปเเข่งกับสโมคกี้อายสีฟ้าอย่างเเน่นอน ซึ่งผลที่ออกมา..ก็เป็นไปตามที่คาด เราจึงได้ข้อสรุปว่าเราจะเเต่งสีคลาสิคเเบบเจ้าสาวอินเดียที่ได้ทำการศึกษามา

งานพิธีอินเดียมีทั้งหมดสองวัน วันเเรกเป็นพิธีเช้าที่บ้านฝ่ายชาย คุณเบสท์จึงนัดเปาที่คอนโดของคุณเบสท์ที่ ซ.สุขุมวิท 24 ก่อนจะเริ่มเเต่งหน้าคุณเบสท์ต้องทำพิธีสวมกำไล ที่ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะต้องเป็นคนสวมให้ แอบเก็บภาพมาให้ดูกันนะคะ ในภาพคนสวมกำไลนี่เป็นคุณลุงของคุณเบสท์เอง ในการสวมกำไลผู้ที่สวมกำไลให้เจ้าสาวจะต้องตั้งสมาธิเเละให้พรในการสวมกำไลเเต่ละอัน สวมทั้งสองข้างจากใหญ่ไปเล็ก ดูเเล้ว..อู้หู...เจ้าสาวอินเดียนี่ต้องอดทนนะคะ เพราะใส่กำไลเต็มข้อเเขนทั้งสองข้างนี่น่าจะหนักเอาการเลยทีเดียว
งานนี้ไม่สามารถเเต่งหน้าให้คุณเบสท์ได้รวดเดียวจบ เพราะระหว่างเเต่งจะต้องมีพิธีนู่นนั่นนี่มาเเทรกอยู่ตลอดเวลา..ก็แปลกไปอีกเเบบนึงเเต่ก็สนุกดีค่ะ ในการเเต่งหน้าเจ้าสาวอินเดียเนี่ย สิ่งนึงที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การจุดบนหน้าผากเเล้วก็คิ้ว ซึ่งงานนี้จะต้องมีคนอินเดียเป็นคนมาจุดให้ รวมถึงจะต้องมีผู้รู้มาช่วยใส่เครื่องประ ดับเเละห่มส่าหรี ซึ่งดูเเล้วยุ่งยากทีเดียวละค่ะ
ชุดสำหรับงานวันนี้เป็นสีเเดง เเละ ทอง เปาจึงเลือกลงสีเปลือกตาเป็นสีทองเหลือบด้วยน้ำตาลทองเเดง เเล้วเน้นการเขียนอายไลน์เนอร์ให้คมชัดทั้งเปลือกตาบนเเละล่าง เเละก็เหมือนเดิมคือต้องเน้นความเปล่งปลั่งของสีผิวตามธรรมชาติ เเละเลือกสีเเดงเข้มสำหรับปาก เพื่อขับให้ใบหน้าเจ้าสาวโดดเด่นรับกับสีเเดงของเครื่องประดับเเละชุด งานนี้เปาไม่ลืมที่จะถ่ายรูปกับน้องเบสท์คนสวย ถึงเเม้ว่าจะดูด้อยมากเมื่อยืนเทียบกับเจ้าสาวคนสวย เเต่ก็ยอมค่ะ.. จะได้มีหลักฐานว่าเเต่งเองจริงๆไม่ได้แอบไปเอารูปใครที่ไหนมา อิอิ...
งานวันที่สองเป็นงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสจัดที่สโมสรกองทัพเรือ เท่าที่เห็นงานจะไม่เริ่มตอน 6 โมงเย็นเหมือนงานไทยทั่วๆไป เเต่เเขกจะเริ่มมากันหลัง 1 ทุ่ม แอบได้ยินมาว่าจะต้องมีพิธีที่มีรถม้ามาแห่เจ้าสาวก่อนเข้างาน น่าตื่นเต้นค่ะ
คุณเบสท์เลือกชุดสีฟ้าสำหรับงานนี้ เฉพาะกระโปรงก็หนักเกือบ 10 กิโลฯ เเต่ก็คุ้มค่ากับความหนัก เพราะคุณเบสท์ใส่ออกมาเเล้วดูสวยอลังการมากๆ งานนี้เปาเลือกการเตรียมผิวให้ดูวาวขึ้นสำหรับงานกลางคืน เเละเลือกทาอายชาโดว์แบบชิมเมอร์โทนฟ้าเเละน้ำตาลเข้ากับสีชุด

คุณเเจ๊คกี้ เลือกเกล้าผมสูงแบบอลังการ โดยใช่ช่อผมจริงมาช่วยเพื่อให้ได้มวยสูงเเละลอนผมที่เจ้าสาวต้องการให้ป้ายมาด้านหน้า เพื่อให้ดูมีดีเทลทั้งเวลาห่มส่าหรีเเละเมื่อเปิดผ้าคลุมออก
กว่าจะใส่ส่าหรีเสร็จเล่นเอาเหนื่อยไปตามๆกัน คุณเบสท์ดูสวยเหมือนกับเจ้าหญิงอินเดียจริงๆ เสียงญาติฝ่ายชายเรียก " รถม้ามาเเล้ว รถม้ามาเเล้ว " เจ้าสาวคนสวยจึงต้องรีบไปรับขบวนเเห่ด้วยกระโปรงหนัก 10 กิโล....
พี่เปาขอให้น้องเบสท์เเละน้องตุลย์มีความสุขมากๆ เเละขอบคุณที่ทำให้พี่ได้มีโอกาสได้เป็นสวนหนึ่งในวันสำคัญของน้องทั้งสองนะคะ
.........................................................................................................